ใครรู้ตัวว่าเคยหรือกระทำความผิดในวินัยจราจรต่างๆ เช่น จอดรถในที่ห้ามจอด หยุดรับส่งในเขตรถติดๆ หรือการตั้งวางสิ่งของขายบนทางเท้าต่างๆ นั้น บัดนี้ทางตำรวจเอาจริงแล้วนะครับ! กับนโยบาย 5 จริงจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะล็อคล้อ ยกเคลื่่อนย้าย ขังและปรับครบเซ็ตเลย
พลตำรวจเอก วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ควบคุมงานจราจร พร้อมด้วย พลตำรวจโทเรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการจราจร นำรถยกและรถขยายเสียงลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ และสุ่มตรวจ การรณรงค์ตามโครงการ "ปฏิบัติการคืนพื้นผิวจราจร เพื่อประชาชน" ตามนโยบาย 5 จริง ประกอบด้วย ยกจริง / ล็อคจริง / จับจริง / ขังจริง และสุภาพจริง โดยตรวจ 2 จุด บริเวณถนนพระราม 4 (แยกคลองเตย) และแยกพระราม 9
โดยพลตำรวจเอกวุฒิ กล่าวว่า แยกถนนพระราม 4 ตลาดคลองเตย และแยกพระราม 9 เป็นจุดที่การจราจรติดขัด และรถส่วนใหญ่จอดไม่เป็นระเบียบ แต่จากการรณรงค์มา 3 วัน พบการกระทำผิดน้อยลงไม่พบรถจอดบนผิวจราจร ทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับจุดอื่นๆ ที่มีการรณรงค์ โดยเฉพาะถนน 10 เส้นทางหลัก อาทิ บริเวณสะพานขาว ตลาดโบ๊เบ๊ ปัญหาการกระทำผิดลดลงเช่นกัน
.jpg)
ขอบคุณภาพจากมติชนออนไลน์
พร้อมกันนี้ได้เคร่งครัดปฏิบัติตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีก 8 ประการ อย่างเด็ดขาดเป็นการประกาศการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจัง ดังนี้
- นโยบายการบังคับใช้กฎหมาย
- นโยบายการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจราจร
- นโยบายการบริหารจัดการด้านการจราจร
- นโนบายการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่รอยต่อกรุงเทพและปริมณฑล
- นโยบายการแก้ปัญหาจราจรในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
- นโยบายการเตรียมตวามพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสำคัญ
- นโยบายด้านการจราจรเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC)
- นโยบายการพัฒนาบุคลกร
นโยบาย 5 จริง ได้แก่
- การยกรถ คือ มาตรการเคลื่อนย้ายรถที่จอดผิดกฎหมายออกจากถนน เพื่อคืนพื้นผิวจราจรให้กับประชาชนที่ใช้รถคันอื่น
- ล็อคล้อ คือ มาตรการใช้เครื่องบังคับล้อกับรถที่จอดผิดกฎหมาย
- จับจริง คือ มาตรการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- ขังจริง คือ มาตรการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดโดยเฉพาะผู้ที่เมาแล้วขับ และแข่งรถใรทางสาธารณะ
- สุภาพจริง คือ การให้ตำรวจจราจรปฎิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ ทั้งขณะอำนวยจราจรและจับกุม
อัตราโทษ ข้อหา - จอดรถในเขตที่มีเครื่องหมายห้ามจอด, จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร, จอดรถบนทางเท้า ปรับไม่เกิน 500 บาท
- รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ปรับ 1,000 บาท/ค่าดูแลวันละ 500 บาท
- รถบรรทุก 4 ล้อและ 6 ล้อ ปรับ 700 บาท/ค่าดูแลวันละ 300 บาท
- รถอื่นๆ ปรับ 500 บาท/ค่าดูแลวันละ 200 บาท
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะรณรงค์และส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมลงพื้นที่ตรวจในเวลากลางคืนตามสถานบริการต่างๆ ที่ปล่อยให้มีการจอดในพื้นที่ห้ามจอด โดยตำรวจนครบาลจะประชุมหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์ ที่นำขึ้นไปจอดบนทางเท้า ตลอดจนร้านค้าหาบเร่แผงลอยต่าง ๆ ที่วางขายในพื้นที่หวงห้าม ส่งผลกระทบต่อการจราจร จากนั้นจะเชิญกรมการขนส่งทางบก ประชุมเพื่อแก้ไขปัญหารถตู้ต่อไป โดยนโยบายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.2557 ที่ผ่านมา
"ท้องที่ใดถูก บก.จร.นำรถยกไปยกรถจอดกีดขวางมากที่สุดต้องเขียนรายงานชี้แจงเพื่อนำมาพิจารณาถึงสาเหตุว่าบกพร่องในส่วนใด แต่หากไม่มีประสิทธิภาพจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการลงโทษอยู่แล้ว มาตรการแก้ไขปัญหาจราจร ที่ถูกมองว่าไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นเพียงไฟไหม้ฟางนั้น ขอบอกว่า แผนงานต่างๆ ไม่มีแผนไหนที่บอกว่าจะจบในเดือนนี้ ทุกแผนมีระยะเวลา แต่ละแผนมีความต่อเนื่อง ถ้าจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติคิดอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงต้องเชิญทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม" พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวและว่า ได้มอบนโยบายเป็นนโยบายคำสั่งไปแล้วอยากให้ตำรวจจราจรตื่นตัว อย่าไปคิดว่ามาจับผิดการทำงานขอให้ช่วยกันบรรเทารถติดให้น้อยลงมากที่สุด