4 ม.ค. 57 ทดลองเก็บค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ด้วยระบบปิด (Closed System)
ที่มาของระบบปิด
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้สร้างทางหลวงพิเศษ กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา สายใหม่ และถนนวงแหวนฯ ด้านตะวันออก (บางปะอิน-บางพลี) พร้อมทั้งเห็นชอบให้เป็นเส้นทางที่มีการควบคุมทางเข้า-ออกแบบสมบูรณ์ และเป็นทางที่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วยระบบปิด (Closed System) ต่อมาในวันที่ 11 มิถุนายน 2539 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางได้ โดยออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2550) ทว่าเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ กรมทางหลวงจึงจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบระบบเปิดเป็นการชั่วคราวโดยมีด่านจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ ด่านลาดกระบัง และด่านพานทองบนสาย 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ด่านธัญบุรี และด่านทับช้างบนสาย 9 ซึ่งผู้ใช้เส้นทางต้องชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตราคงที่มาถึงปัจจุบัน
ในวันที่ 30 กันยายน 2552 กรมทางหลวงได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะกรรมการบริหารเงินทุนฯ และกรมบัญชีกลางเพื่อปรับปรุงระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนสาย ๗ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ให้เป็นระบบปิดก่อนเป็นลำดับแรก กรมทางหลวงจึงได้พัฒนาทางหลวงพิเศษสายนี้ให้มีการควบคุมทางเข้า-ออกแบบสมบูรณ์ มีการนำเทคโนโลยีระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ทันสมัยมาติดตั้งในระบบปิด และระบบควบคุมการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transport System: ITS) มาใช้เพื่ออำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร ยกระดับการให้บริการและการบริหารจัดการเส้นทางอย่างเต็มรูปแบบ
โดยในวันที่ 4 มกราคม 2557 จะเริ่มต้นทดลองเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ด้วยระบบปิด (Closed System) โดยจะคงอัตราค่าธรรมเนียมเดิมเป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ใช้ทางและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
ระบบปิดทำงานอย่างไร
ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบระบบปิด หรือ Closed System เป็นระบบที่ผู้ใช้ทางต้องรับบัตร Smart Card จากพนักงานที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมที่ต้นทางแล้วมาคืนบัตรพร้อมชำระค่าผ่านทางแก่พนักงานที่ปลายทาง โดยจะคิดค่าผ่านทางตามระยะทางที่ใช้จริง รถที่วิ่งน้อยจะจ่ายน้อย รถที่วิ่งมากจะจ่ายมาก ถือเป็นระบบเก็บค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม และเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ทาง
ข้อดีของการใช้ระบบปิด
- ผู้ใช้ทางจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางตามระยะทางที่ใช้จริง เหมาะสม และเป็นธรรม (Fair Fare) เมื่อประกาศกฎกระทรวงและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
- ช่วยระบายรถบริเวณหน้าด่านฯ เนื่องจากรถสามารถเข้าด่านฯ ได้รวดเร็ว และจ่ายเงินครั้งเดียวที่ด่านฯ ขาออก
- เงินที่จ่ายไปจะย้อนกลับมาพัฒนาสายทางทั้งที่มีอยู่เดิมและสายทางใหม่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างให้มีมาตรฐาน เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ และมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการและส่งเสริมโลจิสติกส์เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
เปิดประตูสู่ความเป็นธรรมของผู้ใช้ทาง
แต่เดิมนั้นผู้ใช้ทางที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ชลบุรี หรือจากชลบุรีมากรุงเทพฯ ต้องหยุดและชำระเงินค่าผ่านทางที่ด่านฯลาดกระบังและด่านฯ พานทอง จำนวน ๒ด่านฯ ส่วนผู้ใช้ทางที่วิ่งเข้า-ออกในช่วงกลางทางบริเวณบางบ่อ บางปะกง และพนัสนิคมนั้นยังไม่มีด่านฯ เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน แต่เมื่อเปิดใช้งานระบบปิดอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ผู้ใช้ทางจะเข้า-ออกด่านฯ และเสียค่าธรรมเนียมผ่านทางตามระยะทางซึ่งกรมทางหลวงกำหนดตามกฎกระทรวงซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันโดยทั่วไป โดยเป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางตามระยะทางที่ใช้จริง โดยค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บนี้ กรมทางหลวงจะนำกลับคืนสู่ประชาชนผู้ใช้ทางผ่านการบำรุงรักษาทางให้มีมาตรฐานสร้างความสะดวก รวดเร็วปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น
แผนที่เส้นทางและด่านฯ ทั้งหมด
อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางช่วงทดลองระบบ
ในช่วงการทดลองใช้ระบบปิด ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2557 กรมทางหลวงยังคงเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตราเดิมเป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ใช้ทางและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
สอบถามเพิ่มเติม หน่วยงานศูนย์บริการข้อมูล (Call Center) โทร. 02-533-6111